ถ้าเพื่อนๆถามผมว่า ตัวละครตัวไหนในวันพีซที่ผมชอบมากที่สุด ผมบอกไว้ ณ ที่นี้เลยว่าตัวละครนั้นก็คือ อุซป พลแม่นปืนของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางคนนี้นี่เอง ในความคิดผม อุซปคนนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของคนธรรมดาๆผู้ไม่มีพลังพิเศษใดๆที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยพลังเหนือธรรมชาติมากมาย ผมจึงรู้สึกเข้าใจและสนิทสนมกันตัวละครตัวนี้ได้ง่ายที่สุด วันนี้ผมจึงอยากจะมาวิเคราะห์คาแรคเตอร์ของตัวละครอุซป ลักษณะนิสัย ความสามารถ และ พัฒนาการณ์ของตัวละครตัวนี้ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

อุซปคนนี้ได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับลูฟี่มานานแสนนานตั้งแต่สมัยภาคอีสบลู เขาคืนสมาชิกคนแรกๆของกลุ่มหมวกฟาง ตามหลัง ลูฟี่ และ โซโลมาติดๆ(นามิในตอนนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอารอง) แต่ตรงกันข้าม ความสามารถในการต่อสู้ของอุซปเทียบไม่ได้เลยกับคนอื่นๆในกลุ่ม ณ ตอนนั้น เขาคือหนึ่งในสมาชิกที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม ต้องคอยให้คนอื่นช่วยอยู่บ่อยๆ เมื่ออุซปปรากฏตัวครั้งแรก เขามีร่างกายที่ผอมบาง มีจมูกที่ยาวเป็นสง่า มีเครื่องแต่งกายธรรมดาๆเหมือนชาวบ้านสามัญชนทั่วไป ความรู้สึกแรกพบของผมคิดว่าตัวละครตัวนี้อ่อนแอ ความเท่ก็ไม่ค่อยมี ผมคิดแค่ว่าเค้าเป็นแค่ตัวประกอบตัวฮา อย่างไรก็ตามพอเริ่มทำความรู้จักเค้าไปสักพักนึง ผมถึงสัมผัสได้เลยว่าตัวละครตัวนี้มันมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนเหมาะจะเป็นตัวหลักมากๆ ลักษณะนิสัยของเขาที่เราเห็นได้ชัดๆเลยคืิอ เขาเป็นคนขี้โกหก เป็นเด็กเลี้ยงแกะนี่เอง ที่จริงแล้วเขาเป็นเด็กกำพร้าแม่ และ พ่อได้ทิ้งเขาไปเพื่อที่จะเป็นโจรสลัด เขาจึงต้องโกหกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง แต่เขาโกหกใครเค้าไม่ค่อยเชื่อ จะมีก็แต่ลูฟี่และช็อปเปอร์ที่เชื่อทุกคำโกหกไปซำหมด แต่ที่น่าสนใจคือ คำโกหกหลายๆเรื่องของอุซปในอดีตได้กลายเป็นจริงในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาโกหกว่าเจอปลาทองยักษ์ตัวเท่าเกาะ เจอเมืองที่มีคนเเคระเอย เจอนักดาบสาวสวยถือเนื้อเดินมาเอย เป็นต้น ตอนอยู่บนเรือกับสมาชิกคนอื่น อุซปเปรียบเสมือนตัวสร้างสีสรร สร้างเสียงหัวเราะให้เพื่อนๆ ในความคิดของผม อุซปเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดคนนึงของลูฟี่ และ ช็อปเปอร์ พวกเขาสามคนมักจะร้องรำทำเพลงด้วยกันบ่อยๆ นิสัยอีกอย่างของอุซปที่เราเห็นได้ชัดๆคือ เขาเป็นคนขี้กลัวมาก ขี้กลัวโดยสันดานเลย เวลากลุ่มหมวกฟางอยู่ในสถานการณ์คับขัน หรืออยู่ต่อหน้าศัตรูที่ร้ายกาจ อุซปจะเป็นคนแรกที่ร้องโหวกเหวกโวยวายด้วยความหวาดกลัว แต่ตัวอุซปคนนี้ลึกๆแล้วเค้าอยากจะเอาชนะความกลัวของเค้า นี่เป็นเหตุผลหลักที่เขาคนนี้ออกทะเลมากับลูฟี่ เพื่อที่จะกลายเป็นนักรบผู้กล้าหาญแห่งท้องทะเล และเดินตามรอยเท้าพ่อของเขา ยาซป พลแม่นปืนผู้ยิ่งใหญ่แห่งกลุ่มโจรสลัดผมแดง

อุซปนั้นมีพรสวรรค์มากในด้านการยิงหนังสติ๊ก และการยิ่งปืนใหญ่ คือเขายิงได้โคตรแม่น แม่นชนิดที่ว่าระยะการยิงไกลเกินกว่าที่ตัวเองจะมองเห็นยังสามารถยิงโดน เรียกได้ว่าได้รับกรรมพันธุ์ของพ่อเขาไปเต็มๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้ฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอจนมีความเก่งกาจได้ขนาดนี้ แถมมีฮาคิสังเกตอีกต่างหาก เก่งกาจขนาดได้รับฉายาที่ยิ่งใหญ่ล่าสุดว่า “ก็อด อุซป” หรือแปลว่า เทพเจ้าอุซป พร้อมโดนตั้งค่าหัวถึง 200 ล้านเบรี มากเป็นอันดับ 4 ของกลุ่มหมวกฟาง(มีจินเบอยู่ในกลุ่มด้วย) อย่างไรก็ตามความเก่งกาจของเขาไม่ได้ทำให้นิสัยขี้กลัวของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย เขามีความสามารถอีกอย่างคือ สามารถคิดค้น พัฒนา และ ดัดแปลงอาวุธเพื่อมาใช้ในการต่อสู้ นอกจากจะผลิตอาวุธมาใช้เองแล้ว เขายังคิดค้นอาวุธให้นามิอีกต่างหาก ซึ้งก็คือกระบองคุริมะ ซึ้งทำให้นามิสามารถควบคุมสภาพอากาศได้นั่นเองถึงแม้ในสายตาหลายๆคนอุซปจะอ่อนแอและบ้าบอ แต่ผมยืนยันเลยว่าอุซปเนี่ยไม่ธรรมดาจริงๆ

จากการอ่านวันพีชตั้งแต่สมัยภาคอีสบลูจนถึงภาคปัจจุบัน เราได้เห็นพัฒนาการของตัวละครหลักหลายๆตัว แต่ตัวละครที่ผมคิดว่ามีพัฒนาการมากที่สุดที่เห็นได้ชัดก็คืิออุซปนี่เอง ผมจะอธิบายเหตุผลว่าทำไมผมถึงคิดเช่นนั้น ตอนอุซปปรากฏตัวครั้งแรก เขาเป็นแค่เด็กกำพร้าคนนึงในหมู่บ้านเล็กๆ ร่างกายผอมบาง เป็นหัวหน้าแก๊งค์ของเด็กอีก3คนในหมู่บ้าน ขี้โกหก แต่เขามีดีเรื่องการยิงหนังสติ๊ก หลังจากพอเขาได้ร่วมเดินทางไปพร้อมกับลูฟี่ เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายของอุซป ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งทางกายภาพ ดูอย่างในตอนปัจจุบัน หลังผ่านการฝึกฝนอย่างหนักถึง2ปีเต็ม ร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ชัดเป๊ะ มีซิกแพคสวยงาม ดูมีสง่าราศีขึ้นเยอะ ความสามารถในการต่อสู้ของเขาพัฒนาขึ้นไปมากจากตอนแรก เขาได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆมากมาย เช่น การใช้อิมแพคไดเอล(หอยสะท้อนการโจมตีจากเกาะแห่งท้องฟ้า) การใช้เมล็ดพืช เป็นต้น เอาสิ่งเหล่านี้มาผสมผสานกับฝีมือการยิงหนังสติ๊กของเขา เรื่องความแม่นยำแทบไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ดูจากวีรกรรมฝีมือการซุ่มยิงของเขาที่เดสโรซ่าก็จะเข้าใจเอง แถมเขายังมีฮาคิสังเกตุอีกต่างหาก แต่ในวันนี้ผมจะขออธิบายเน้นไปที่เรื่องพัฒนาการทางด้านลักษณะนิสัยของอุซป เริ่มจากนิสัยขี้กลัวของอุซป ที่จริงนิสัยนี้มันไม่ได้หายไปไหน เราทุกคนเคยชินกับภาพอุซปมีท่าทางหวาดกลัวอยู่บ่อย แต่เราจะได้เห็นในหลายๆโมเม้นที่อุซปสามารถเอาชนะความกลัวของเขาได้ ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่เขาตัดสินใจที่จะไม่หนีและหันกลับมาสู้กับมนุษย์เงือกลูกน้องคนสนิทของอารอง ต้องบอกไว้ก่อนว่ามนุษย์ธรรมดารวบรวมความกล้าเพื่อที่จะไปสู้กับมนุษย์เงือกซึ้งแข็งแรงกว่ามนุษย์ธรรมดาถึง 20เท่าเนี่ย ใจเขาต้องถึงมากๆเลย แทบจะไม่มีโอกาศชนะเลย อุซปมันต้องทำใจไว้แล้วแน่ๆว่าโอกาศที่มันจะถูกฆ่าเนี่ยมีสูงมากๆ การที่เราได้เห็นคนขี้กลัวอย่างอุซปแสดงความกล้าออกมา มันทำให้ผมร่วมยินดีกับตัวละครตัวนี้ด้วยที่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้ ผมชอบฉากๆนึงที่อุซปโดนเล่นงานแล้วเขานอนกองอยู่บนพื้นแกล้งตาย แต่ในใจเขาเหมือนมีการถกเถียงกับตัวเองว่า จะแกล้งตายอยู่แบบนี้แล้วไปบอกกับคนอื่นว่าเราทำเต็มที่แล้ว หรือว่าจะสู้ต่อให้ถึงที่สุด ระหว่างที่ถกเถียงอยู่ในใจ เขาก็นึกภาพเพื่อนๆของเขา ลูฟี่เอย โซโลเอย ซันจิเอย ต่อสู้กับศัตรูอย่างไร้ซึ้งความกลัว แล้วนั่นทำให้เขาตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง อารมณ์ประมาณว่าถ้าเขาไม่สู้ให้ถึงที่สุด เขาก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นเพื่อนกับพวกลูฟี่ ไม่คู่ควรที่จะร่วมยินดีกับชัยชนะของพวกเขา หลังจากที่เขาตัดสินใจที่จะสู้ และเอาชนะมาได้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าชัยชนะของอุซปในครั้งนี้มันยิ่งใหญ่มากๆ และยังเป็นชัยชนะแรกหลังจากได้กลายมาเป็นสมาชิกกลุ่มหมวกฟาง แต่ที่ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะเหนือศัตรูนั้นก็คือการชนะใจของตัวเขาเองนี่เอง พอเนื้อเรื่องดำเนินไปได้เรื่อยๆ เราได้ร่วมผจญภัยไปกับพวกหมวกฟางเรื่อยๆ เราจะได้เห็นพวกเขาต้องเผชิญกับศัตรูที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เราจึงได้เห็นโมเม้นหลายๆครั้งที่อุซปต้องเผชิญหน้ากับความกลัวของเขาและเอาชนะมัน เช่น ตอนที่เขาตัดสินใจขึ้นรถไฟไปช่วยโรบิ้น ตอนที่เขาตัดสินใจไปจัดการกับชูก้าเพื่อปลดปล่อยพวกของเล่น เป็นต้น มันทำให้ผมรู้สึกว่าเขาคนนี้ได้เดินทางใกล้เข้าสู่ความฝันของเขาอีกก้าวนึงที่จะได้กลายเป็นนักรบผู้กล้าหาญแห่งท้องทะเล

มันมีอยู่โมเม้นนึงของอุซป ที่ผมยอมรับเลยว่าขนลุกทุกทีที่อ่านถึง วันนี้จะไม่กล่าวถึงโมเม้นนี้ก็ไม่ได้ ซึ้งโมเม้นนั้นก็คือ ตอนที่ อุซป ปะทะ ลูฟี่ นั้นเอง ผมนี่ขนลุกโชนตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเริ่มปะทะคารมกันแล้ว ผมรู้สึกว่าการปะทะกันครั้งนี้ มันไม่มีฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูกร้อยเปอร์เซ็น ทั้งอุซป และ ลูฟี่ ต่างก็มีเหตุมีผลกันทั้งนั้น ทางลูฟี่มองว่า ในเมื่อเรือโกอิ้งแมรี่ไม่สามารถไปต่อได้ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนเรือเพื่อที่จะได้เดินทางต่อ ทางของอุซปมองว่าลูฟี่เห็นเพื่อนรวมทางหมดประโยชน์ก็จะทิ้งกันเฉยๆ สักวันถ้าเขาหมดประโยชน์บ้าง เขาอาจจะถูกทิ้งก็ได้ อารมณ์ประมาณนี้ ถึงเเม้ผมจะรู้สึกว่าเหตุผลของอุซปเป็นรองอยู่นิดหน่อย แต่ผมก็เข้าใจเขานะ คือเรือโกอิ้งแมรี่เป็นเรือที่กลุ่มหมวกฟางได้รับมาจากคุณหนูคายะ เพื่อนสนิทของอุซป อุซปจึงคอยดูแลคอยซ่อมเรือลำนี้เป็นอย่างดี จึงเกิดความผูกพันความรักขึ้นกับเรือลำนี้ ซึ้งนี่ทำให้ดูเหมือนว่าทางฝั่งของอุซปปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ทั้งสองคนจึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนถึงขั้นที่ลูฟี่ไล่อุซปออกจากกลุ่ม และได้มีการท้าสู้กันเพื่อแย่งสิทธิในการเป็นเจ้าของเรือโกอิ้งแมรี่ พออ่านมาถึงตอนนี้ผมนี่ช็อค หัวใจเต้นแรงมาก มากจนถึงขั้นต้องวางหนังสือลง แล้วไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ของผมสักพัก แล้วจึงกลับมาอ่านต่อ ต้องยอมรับอุซปอย่างนึงว่า ถึงแม้เขาจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าเขาไม่มีทางสู้ลูฟี่ได้ แต่เพื่อศักดิ์ศรีของเขาเอง เขาต้องสู้ ในฐานะผู้อ่าน ผมไม่ได้แคร์เลยว่าใครจะแพ้ใครจะชนะในการปะทะกันครั้งนี้ มันเจ็บปวดด้วยกันทั้งสองทาง แต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ความน่าติดตามลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว ผลการต่อสู้เป็นไปตามที่เราคาด คือลูฟี่เป็นฝ่ายชนะ แต่ต้องยอมรับว่าอุซปทำได้ดีกว่าที่เราคิด เขารู้จักความสามารถของลูฟี่ดีกว่าใคร เขาจึงได้วางแผนมาดักทางลูฟี่ และยังได้ประยุกต์ใช้เทคนิคต่างๆที่ได้พอเจอมาในอดีต ต้องขอปรบมือให้เขาคนนี้เลย หลังจากการต่อสู้จบลง อุซปได้กลับเข้ากลุ่มอีกครั้ง ผมว่าอุซปคนนี้ได้เติบโตขึ้นแล้ว คือผมมองว่า เมื่อก่อนเขาเห็นลูฟี่เป็นเพื่อนสนิทคนนึงที่ชอบเล่นเฮฮาไปด้วยกัน ไม่ได้ให้เกียรติลูฟี่มากนักในฐานะกัปตัน แต่พอมาตอนนี้ ผมมองว่าเขามีความเคารพในตัวลูฟี่มากขึ้น สังเกตุได้จากการที่เขายอมลดทิฐิของตัวเองเพื่อขอโทษลูฟี่และกลับขึ้นเรืออีกครั้ง อุซปยังได้ให้เคารพในการตัดสินใจ และเชื่อมั่นในตัวของลูฟี่มากขึ้น หลังจากบทเรียนในครั้งนั้นก็ทำให้เขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักที่รักกันมากขึ้นอีกด้วย

แล้วเพื่อนๆหล่ะคิดยังไงกับตัวละครตัวนี้ อย่าลืมมาคอมเม้นโต้ตอบกันด้วยนะครับ ขอขอบคุณมากที่่่่สละเวลาอันมีค่ามาอ่านของบล็อคผม สวัสดีครับ